Where it all began “ห้องสมุด” เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนของนักเรียนแพทย์มาตั้งแต่ต้น และค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของสยาม
พระอาจวิทยาคม (ยอร์ช บี. แมคฟาร์แลนด์) ผู้เกี่ยวข้องกับห้องสมุดสำหรับนิสิตแพทย์ในยุคแรก
พ.ศ. ๒๔๔๓ จุดเริ่มต้นของ “ห้องอ่านหนังสือ” โรงเรียนศิริราชแพทยากรเริ่มดำเนินการไปได้ระยะหนึ่ง มีการสร้างตึกเรียนและ “ตึกหอสมุดห้องอ่านหนังสือ” เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามโรงเรียนแพทย์ว่า “ราชแพทยาลัย” (Royal Medical College)
ตึกหอสมุดในสมัยแรกมีพื้นที่ไม่ถึง ๑๕๐ ตร.ม. เท่านั้น ต่อมาจึงย้ายห้องสมุดมาอยู่ชั้นล่างของเรือนริมน้ำที่พระอาจวิทยาคม (ยอร์ช บี. แมคฟาร์แลนด์) เคยอยู่ และเรียกว่า “ห้องสมุดสำหรับนิสิตแพทย์”
ตึกอำนวยการโรงพยาบาลศิริราช สมัย ๒ ชั้น (ภาพจากเพจ Siriraj Museum – พิพิธภัณฑ์ศิริราช)
พ.ศ. ๒๔๖๐ สู่คณะแพทยศาสตร์ และตึกอำนวยการ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีการโอนย้ายกิจการของโรงเรียนราชแพทยาลัยเป็นคณะแพทยศาสตร์ และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล
มีการสร้างตึกอำนวยการ (แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๔๗๐) โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของชั้น ๒ ทางทิศเหนือเป็น “ห้องสมุด” ห้องอ่านหนังสือ และห้องประชุม
ห้องสมุด ชั้น ๒ ตึกอำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ยุคแรก
พ.ศ. ๒๔๘๖ ก้าวสู่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เมื่อสถาปนามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์แล้ว ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์จึงกลายมาเป็น “ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์”
กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงมีการจัดตั้ง “แผนกห้องสมุด” ขึ้นในสำนักงานเลขานุการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ นับเป็นจุดเริ่มต้นการมีห้องสมุดกลาง ของมหาวิทยาลัย
อาคารหอสมุดศิริราช
พ.ศ. ๒๕๐๙ อาคารหอสมุดศิริราช ย้ายที่ทำการแผนกห้องสมุดจากตึกอำนวยการ ไปยัง อาคารหอสมุดศิริราช ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนการก่อสร้างจาก China Medical Board of New York และเงินงบประมาณแผ่นดินอีกส่วนหนึ่ง
เมื่อโรงเรียนแพทย์ขยายตัวขึ้น ห้องสมุดก็ปรับขยายขึ้นเป็นระยะ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของนักศึกษาในแต่ละยุคสมัย
Reading rooms of the early years ภาพบรรยากาศห้องอ่านหนังสือและอาคารห้องสมุดในยุคแรกเริ่ม เมื่อการอ่านและการค้นคว้าคือหัวใจของการเรียนแพทย์
From a department to an institution เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานนาม “มหิดล” ห้องสมุดก็ค่อย ๆ ยกฐานะจาก “แผนก” สู่ “กอง” และสถาปนาเป็น “สำนักหอสมุด” ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะในที่สุด
อาคารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา — “อาคารปีกผีเสื้อ”
พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๒๐ จาก “แผนก” สู่ “กองห้องสมุด” เมื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้รับพระราชทานนามเป็น “มหาวิทยาลัยมหิดล” ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๐ “แผนกห้องสมุด” จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “กองห้องสมุด” สังกัดสำนักงานอธิการบดี
โดยทำหน้าที่เป็นทั้งห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดล และห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลควบคู่กัน
ผู้บริหารและบุคลากรผู้มีบทบาทในการวางรากฐานสำนักหอสมุด
พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกแบบหอสมุดแห่งใหม่ ณ ศาลายา เมื่อขยายพื้นที่การศึกษามายังตำบลศาลายา จึงเริ่มสร้างอาคารหอสมุดแห่งใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกแบบโดยกรมโยธาธิการ
โดยมีคณะผู้ให้คำปรึกษา ได้แก่ ดร.อุทัย ทุติยะโพธิ ผู้อำนวยการกองห้องสมุดคนแรก, นางวิภาวรรณ มนุญปิจุ หัวหน้าห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข และ Dr. Albert Kuperman ที่ปรึกษาจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์
Three campuses, many libraries พ.ศ. ๒๕๒๓ มหาวิทยาลัยวางนโยบายพัฒนาระบบห้องสมุดให้เป็นมาตรฐานสากล ท่ามกลางห้องสมุดคณะที่กระจายอยู่ใน ๓ พื้นที่
พญาไทคณะทันตแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน คณะสาธารณสุขศาสตร์
ศาลายาคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ สถาบันวิจัยโภชนาการ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมฯ
บางกอกน้อยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์
อาคารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
พ.ศ. ๒๕๒๘ – ๒๕๒๙ สถาปนา “สำนักหอสมุด” เนื่องจากการบริหารห้องสมุดแยกส่วนจากกัน จึงจัดตั้งโครงการพัฒนาห้องสมุดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ มหาวิทยาลัยมีมติให้ยกฐานะ “กองห้องสมุด” ขึ้นเป็น “สำนักหอสมุด” มีฐานะเทียบเท่าคณะ
กระทั่ง พ.ศ. ๒๕๒๙ สำนักหอสมุดได้รับการสถาปนาอย่างสมบูรณ์ ห้องสมุดคณะและสถาบันต่าง ๆ โอนย้ายมาสังกัด เพื่อการบริหารและพัฒนาในระบบเดียวกัน ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการบริการวิชาการ
วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสำนักหอสมุด
ส่งเสริมการศึกษาและการสอนของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเป้าหมายและหลักสูตรที่กำหนดขึ้น
ส่งเสริมให้อาจารย์และนักศึกษาได้มีโอกาสค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
เป็นศูนย์กลางการจัดหา จัดเก็บรักษา และเผยแพร่วัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตร การสอน การวิจัย และนโยบายของมหาวิทยาลัย
ปรับปรุงระบบบริการห้องสมุดและเทคโนโลยีทางการศึกษาให้ทันสมัย พร้อมให้บริการวิชาการอย่างกว้างขวางและทั่วถึง
จัดหมวดหมู่หนังสือและวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาทุกชนิดตามระบบสากล
ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยเฉพาะวิชาได้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รวบรวมสิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัยและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย และเอกสารสัมมนาวิชาการ
ให้นักศึกษาและผู้ใช้คุ้นเคยและใช้บริการได้อย่างกว้างขวาง พร้อมจัดแนะนำการใช้ห้องสมุด
ให้ความร่วมมือกับห้องสมุดสถาบันอื่นทั้งในและต่างประเทศ เช่น บริการยืมระหว่างห้องสมุดและการแลกเปลี่ยนสิ่งพิมพ์
เป็นที่ฝึกอบรมการปฏิบัติงานของนักศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์ บรรณารักษ์ และเจ้าหน้าที่ห้องสมุด
“
หอสมุดไม่เพียงทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการเบื้องหลังอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางที่จัดการระบบทรัพยากรสารสนเทศของมหาวิทยาลัย จากแผนก สู่กอง และสถาปนาเป็นสำนักหอสมุดในที่สุด
The library goes digital จากแหล่งรวบรวมหนังสือและวารสาร สู่การนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสืบค้นและเข้าถึงความรู้อย่างสิ้นเชิง
From card drawers to keywords
จากการค้นด้วยตู้บัตร สู่การค้นด้วยคอมพิวเตอร์
เดิมผู้ใช้ต้องค้นหาหนังสือจากตู้บัตรรายการทีละใบ แล้วจดเลขเรียกหนังสือด้วยตนเอง เมื่อมีระบบคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถค้นได้โดยตรง ใช้เวลาน้อยลง และค้นได้จากหลายคำสำคัญ ไม่จำกัดเฉพาะชื่อผู้แต่งหรือชื่อเรื่อง
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพียงเครื่องมือ แต่เปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ ของผู้ใช้โดยตรง และเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่ทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลออนไลน์ในเวลาต่อมา
การถ่ายข้อมูลจากบัตรรายการเข้าสู่ฐานข้อมูลบรรณานุกรม
พ.ศ. ๒๕๓๐ ฐานข้อมูลแรกด้วย CDS/ISIS สำนักหอสมุดนำโปรแกรม CDS/ISIS ของ UNESCO มาใช้สร้างฐานข้อมูลรายชื่อหนังสือ โดยฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากร และห้องสมุดคณะต่าง ๆ ร่วมกันถ่ายข้อมูลจากบัตรรายการเข้าสู่ฐานข้อมูลบรรณานุกรมห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหิดล
พระมหากรุณาธิคุณ
พ.ศ. ๒๕๓๕
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด“ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์”
๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ · พิธีเปิดห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
วันประวัติศาสตร์ แห่งหอสมุดมหิดล
วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ คือวันที่หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลจารึกไว้ในความทรงจำตลอดกาล เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด “ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์” พร้อมพระราชทานชื่ออันทรงเกียรตินี้ด้วยพระองค์เอง
ห้องสมุดดนตรีแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณและความร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ เป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดตั้งแหล่งความรู้ด้านดนตรีที่สมบูรณ์แบบ ณ ชั้น ๓ อาคารสำนักหอสมุด ศาลายา น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบพระชันษา
ห้องสมุดดนตรีแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมสรรพความรู้ด้านดนตรีที่ครอบคลุม ทั้งหนังสือ วารสาร โน้ตเพลง แผ่นเสียง ซีดี และสื่อโสตทัศนูปกรณ์ เพื่อรองรับการศึกษาค้นคว้าและการวิจัยด้านดนตรีอย่างครบวงจร
ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ · พ.ศ. ๒๕๓๕
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
การให้บริการและการทำงานของบุคลากรในยุคระบบห้องสมุดอัตโนมัติ
พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ INNOPAC และเครือข่าย MULINET พ.ศ. ๒๕๓๘ เริ่มใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ INNOPAC และระบบ Barcode เพื่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับห้องสมุดมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
พ.ศ. ๒๕๓๙ รวบรวมข้อมูลทรัพยากรของห้องสมุดทุกแห่งไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน สืบค้นผ่านเครือข่าย MULINET (Mahidol University Library Network) บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงของมหาวิทยาลัย
ผู้บริหารสำนักหอสมุดในยุคพัฒนาระบบสารสนเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๕๗ ปณิธาน วิสัยทัศน์ และแพลตฟอร์มใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๐ เริ่มก่อสร้างอาคารใหม่ ๒ อาคารในลักษณะสมดุลกับอาคารเดิม พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดปณิธาน “สำนักหอสมุด สมบูรณ์แบบ แหล่งบริการวิชาการ คุณภาพมาตรฐานสากล”
พ.ศ. ๒๕๔๘ ปรับโครงสร้างการบริหารและเปลี่ยนระบบจาก INNOPAC สู่ Millennium ก่อนที่ พ.ศ. ๒๕๕๗ จะก้าวสู่ Sierra แพลตฟอร์มจัดการทรัพยากรรุ่นใหม่ที่รองรับทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
“
การใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายสารสนเทศ คือพื้นฐานที่พาห้องสมุดจากการเข้าถึงความรู้เฉพาะในอาคาร สู่การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามสถาบัน
A living ecosystem of learning ก้าวข้ามบทบาทของ “ที่เก็บหนังสือ” สู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีชีวิต ผสานเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน
หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University Library and Knowledge Center)
พ.ศ. ๒๕๕๒ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล “สำนักหอสมุด” พัฒนาและเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล” (Mahidol University Library and Knowledge Center) เพื่อเป็นคลังปัญญาแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย เข้าถึงได้สะดวกรวดเร็ว และให้บริการสารสนเทศเชิงรุกโดยบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่าย
Co-learning Space พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน
พ.ศ. ๒๕๕๓ จากที่เก็บหนังสือ สู่ “Learning Space” ปรับรูปแบบบริการให้เข้ากับผู้ใช้รุ่นใหม่ จากห้องสมุดเก็บหนังสือ สู่ “Learning Space” พร้อมพัฒนาระบบ MU e-Lecture บันทึกการเรียนการสอนให้นักศึกษาทบทวนบทเรียนผ่านระบบของหอสมุดฯ ได้
พื้นที่ Board Games ภายในหอสมุดฯ
พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ บอร์ดเกม และแอป Mahidol Library พ.ศ. ๒๕๖๑ จัดพื้นที่สำหรับ Board Games เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ให้นักศึกษายืมเล่นฟรีภายในหอสมุดฯ
พ.ศ. ๒๕๖๒ เปิดตัวโมบายแอปพลิเคชัน “Mahidol Library” รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศไว้ในที่เดียว เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาบนสมาร์ทโฟน
MEDVERSE / VR for Education @MU Library — ประสบการณ์การเรียนรู้เสมือนจริง
พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๖ สู่ห้องสมุดดิจิทัลอัจฉริยะ พ.ศ. ๒๕๖๓ ปรับโฉมครั้งใหญ่ภายใต้โครงการ Mahidol Digital Convergence University บ่มเพาะทักษะดิจิทัล พร้อม Co-learning Space และห้องเรียนรู้ดิจิทัล สู่ความเป็น “ห้องสมุดดิจิทัลอัจฉริยะ” (Smart Digital Library)
พ.ศ. ๒๕๖๕ จัดทำเกม Mahidol History Adventure ในรูปแบบ Gamification และ พ.ศ. ๒๕๖๖ เปิดตัวระบบ VR ผ่านโครงการ VR for Education @MU Library ณ ห้อง SCB Investment Lab
Play, create, explore บรรยากาศการเรียนรู้ยุคใหม่ของหอสมุดฯ — VR, สตูดิโอผลิตสื่อ, พื้นที่สร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกวัย
กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับเยาวชน
พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๖๙ ปัญญาประดิษฐ์ และโลกเสมือนเพื่อทุกคน
พ.ศ. ๒๕๖๘ ผลักดันโครงการด้าน AI เพื่อพัฒนาทักษะนักศึกษา สนับสนุนงานวิจัย และยกระดับกระบวนการทำงานภายใน (AI in Operations) ผ่านกิจกรรมเช่น “The Future is Now” Generative AI สำหรับผู้เริ่มต้น
พ.ศ. ๒๕๖๙ เดินหน้าโครงการ “AI and VR for Modern Medical Applications” เปิดโอกาสให้นักเรียนและครูได้สัมผัสประสบการณ์จริง พร้อมเวทีประกวดออกแบบสื่อดิจิทัลด้วย AI ภายใต้แนวคิด “Thailand Soft Power” และ “Pride Month”
“
การเป็น “หอสมุดและคลังความรู้” สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากห้องสมุด สู่ศูนย์กลางการจัดการองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับโลกที่ความรู้เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว